แม่ทุกข์หนักไม่มีที่ให้ลูกเรียน! ผอ.ตบลูกต่อหน้าแม่ จนแก้วหูทะลุ เรียกมาเซ็นให้เอาลูกไปเรียนที่อื่น! (แก้ไข, สถิติ)

ผู้อำนวยการโรงเรียนทนไม่ไหว ตบหน้าเด็กพิเศษต่อหน้าต่อตาผู้เป็นแม่ หลังคุมสติไม่อยู่ จนแก้วหูทะลุ เรียกแม่ไปพบบอกให้เอาลูกไปเรียนที่อื่น!! ก่อนตอนนี้เดือดร้อนเด็กไม่มีที่เรียน

Advertisement

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ ณัฐกานต์ อนันต์ชัยพัทธนา โพสต์เล่า "อยากจะขอคำปรึกษา และขอความช่วยเหลือ 😤 😤น้องโดน ผอ. ตบจนแก้วหูทะลุ  เรื่องมีอยู่ว่า น้องเป็นเด็กพิเศษค่ะ อาการคือจะมีอารมณ์โกรธและโมโหจนคุมตัวเองไม่ได้ เมื่อถูกล้อหรือโดนภาวะกดดันไปกระตุ้นอารมณ์ ต้องได้พบแพทย์อย่างต่อเนื่อง และทานยาทุกวัน แต่การใช้ชีวิตโดยทั่วไปเหมือนเด็กปกติค่ะ และเมื่อวันที่ 4 มิ.ย 61 เด็กเล่นกันแล้วเกิดการทะเลาะกันแล้วก็จับแยกแล้วให้ขอโทษกัน แล้วสืบเนื่องมาวันที่ 5 มิ.ย 61 ครูเวรได้นำเรื่องไปเล่าผ่านเครื่องกระจายเสียงของโรงเรียนและบอกให้น้องขึ้นไปพูดเล่าเรื่องเมื่อวานเพียงลำพัง

ซึ่งทำให้เด็กมีภาวะอารมณ์ไม่ปกติอยู่แล้ว จึงเกิดความอับอายและโมโหจนคุมสติไม่อยู่ น้องก็วิ่งไปหาคุณครูและกรีดร้องความคุมอารมณ์ไม่ได้ ผอ.จึงนำสายนกหวีด มัดมือน้องไพล่หลังไว้และระหว่างนั้นครูประจำชั้นโทรเรียกคุณแม่มาที่โรงเรียน พอจังหวะที่คุณแม่ไปถึงได้ เห็น ผอ.กำลังฉุกกระชากเด็กนั่งลงกับพื้นแล้วใช้มือขวาตบเข้าที่ข้างหูขวาของน้องอย่างแรง คุณแม่รีบวิ่งไปกอดน้องในสภาพที่ผวาและตัวสั่นและน้องบอกคุณแม่ว่า"หูลูกไม่ได้ยินแล้ว"คุณแม่ซ๊อกและตกใจกับเหตุการณ์นั้นมากจนพูดอะไรไม่ออกได้แต่กอดน้องไว้จนตัวสั่น

หลังจากนั้น ผอ. ท่านก็เรียกให้คุณแม่ไปพบในห้อง แล้วบอกคุณแม่ว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปไม่ต้องพาน้องมาเรียนที่นี้แล้วให้คุณแม่เซ็นใบย้ายน้องออกไปเรียนที่อื่นโดยให้เหตุผลว่าย้ายติดตามผู้ปกครอง คุณแม่รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องหลังจากนั้นคุณแม่พาน้องไปหาหมอ หมอให้ใบรับรองแพทย์มา ว่า"แก้วหูทะลุ"

ตอนนี้คุณแม่กำลังหาโรงเรียนให้น้อง ซึ่งยังไม่มีที่เรียน และเนื่องจาก น้องอยู่กับแม่ 2 คน เช่าหออยู่ด้วยกัน หากน้องไปเรียนที่ไหน คุณแม่ต้องย้ายหอไปอยู่แถวนั้น เพื่อให้น้องเดินไปเรียนเองได้ อยากจะขอความช่วยเหลือ และขอคำปรึกษา จากพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ หากโรงเรียนไหนยังรับนักเรียนอยู่ ขอรบกวนช่วยแจ้งหน่อยค่ะ น้องอยู่ชั้น ป.5 ค่ะ"

Advertisement

Advertisement

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

ณัฐกานต์ อนันต์ชัยพัทธนา

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

ติดตามเราจากช่องทางอื่นๆ